EP5 เครดิตบูโรคืออะไร และ พรบ. ทวงหนี้ ฉบับใหม่ | Just a piece of Law Podcast



EP5 เครดิตบูโรคืออะไร และ พรบ. ทวงหนี้ ฉบับใหม่ | Just a piece of Law Podcast
* เครดิตบูโรคืออะไร
* ติดเครดิตบูโรทำอย่างไร
* รับมือบริษัททวงหนี้
—————————————————
Just a piece of Law Podcast ผมตั้งใจจะล้อกับครับว่า Just a piece of CAKE ที่แปลว่าง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ผมนำหัวข้อกฎหมายมาเล่าแบบไม่น่าเบื่อ เพราะผมเชื่อว่าเมื่อเราเข้าใจกฎหมายเราจะเข้าใจกัน
Your host:
Mr. Aphiwat Bualoi Attorney-at-Law
Tel. 081-878-9145
Email: bualoi.law@hotmail.com
Facebook:
—————————————————
วันนี้เราก็จะมาพูดถึงเรื่อง ที่ไม่ใช่เรื่องกฎหมายจ๋า ๆ แต่ก็เกี่ยวข้องกับทุกคนโดยเฉพาะวัยทำงาน ก็คือ เรื่องเครดิตบูโร ว่าเครดิตบูโรคืออะไร ล่ะติดเครดิตบูโรเนี่ยมันหมายความว่าอย่างไร และสุดท้ายท้ายที่สุด ถ้าบริษัททวงหนี้ โทรมาทวงหนี้เนี่ย เราสามารถทำอย่างไร เรามีสิทธิทางกฎหมายอย่างไร มาลองคุยกันนะครับ
เคสแรก ติดเครดิตบูโรนะ คือกู้สินเชื่อครับ แล้วแบงก์ให้จ่ายขั้นต่ำ 4,000 บาท คนนี้ก็จ่าย 4000 บาททุกเดือนครับ แล้วก็ไปสมัครสินเชื่ออีกสินเชื่อหนึ่ง ปรากฏว่า ติด blacklist ครับ จึงไปตรวจประวัติเครดิตดูครับ ก็พบว่าติดบัญชีดำ ว่ามีเดือนหนึ่ง จ่ายช้าไปหนึ่งอาทิตย์ และก็มีค่าปรับล่าช้าประมาณร้อยกว่าบาท แต่เนื่องจากคนคนเนี่ยเปลี่ยนที่อยู่ไป ต่างจังหวัด เลยต้องย้ายที่พัก และไม่สามารถติดต่อกับสถาบันการเงินได้ ไม่เห็นค่าปรับ เบอร์มือถือก็เปลี่ยนใหม่ แบงก์ติดต่อไม่ได้ โทรไปถามบุคคลอ้างอิงก็ไม่ทราบข้อมูล ก็ต้องติด blacklist ทางแบงก์ก็ไม่สามารถแจ้งเรื่องการผิดนัดชำระหนี้ได้ ไม่ทราบเรื่องค่าปรับก็เลยจ่าย 4000 เท่าเดิม
เลยติดค่าปรับอยู่ 200 บาทค้างอยู่อย่างนั้น ฉะนั้นทำให้รู้ว่า เปลี่ยนแปลงที่อยู่ เปลี่ยนแปลงเบอร์โทรควรจะต้องแจ้งทางแบงก์เสมอ
เคสที่สองที่เอามาครับ ธนาคารจะหักบัญชีเดือนละ สมมุติอีกเหมือนเดิม ประมาณ 5000 บาท แต่บริษัทโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารตอนสิ้นเดือน และให้หักก่อนทุกวันที่ 5 คือ โอนเข้าวันที่ 5 ธนาคารจะหักวันที่ 10 แต่เดือนหนึ่ง ธนาคารดันไปหักตัวบัตรเครดิตทำให้ยอดเงินในบัญชีเหลือไม่ถึง 5000 บาทเลยหักไม่ได้ และก็ไม่ได้เปลี่ยนที่อยู่ ไม่ได้มีใบแจ้งหนี้ และเงินในบัญชีไม่พอก็ไม่ได้อ่าน โดยที่ตัวเองนึกว่ามีวงเงินครบจำนวนแล้ว ธนาคารพยายามติดต่อก็ไม่รับสาย เพราะมีเบอร์แปลก ๆ ไง โทรมาขายประกันหรือเปล่า โทรมาขายบัตรเครดิตหรือเปล่า ก็ไม่รับสาย พอรู้ตัวก็มีหนังสือติดตามจากสำนักงานทนายความว่าจะดำเนินคดี ถึงจะได้รู้ว่าตัวเอง ติดblacklist ครับ เครดิตบูโรคืออะไรนะครับ บูโร หมายถึง องค์กร หรือ สำนักงาน ก็หมายถึงองค์กรที่ดูแลเรื่องเครดิต เป็นบริษัทที่เป็นข้อมูลทางเครดิต ที่แสดงถึงพฤติกรรมทางการเงินของเจ้าของข้อมูล ว่าคนนี้ มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน มีความตั้งใจในการชำระหนี้ ความน่าเชื่อถือก็คือ เครดิตที่เรามีต่อสถาบันการเงิน เขาก็จะดูเช่น ความสามารถในการหารายได้ ความเป็นไปได้ของธุรกิจ หลักประกัน
บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ หรือ เนชั่นแนลเครดิตบูโร ก็เป็นตัวกลางในการเก็บข้อมูลต่าง ๆ แล้วเราสามารถตรวจสอบข้อมูลทางเครดิตได้ เหมือนจะมีค่าใช้จ่าย กรณีบุคคลธรรมดา 100-150 บาท นิติบุคคล ประมาณ 200 บาทเท่านั้น ข้อมูลเหล่าเนี่ยจะเป็นข้อมูลเพื่อที่จะวิเคราะห์ในการให้สินเชื่อ หมายความว่า ถ้าเราติดบูโรเนี่ย เราก็ไม่สามารถขอสินเชื่อได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด เดี๋ยวตอนหน้าเราจะมาคุยกันต่อ ถึงวิธีการที่จะทำให้เราไม่ติดเครดิตบูโร หรือติดไปแล้วมีวิธีแก้อย่างไร และเครดิตบูโรสำคัญอย่างไร
สวัสดีครับพบกันอีกครั้งหนึ่งในเบรกที่สองนะครับ เนื้อหาตอนเนี่ยผมจะมาคุยว่า การติดเครดิตบูโรเนี่ยคืออะไร ซึ่งมี 2 ความหมายครับ หนึ่งก็คือคนๆเนี่ยไม่มีข้อมูลทางเครดิตเลย ไม่เคยกู้เลย ซึ่งทางแบงก์ก็อาจจะกลัวไม่กล้าให้สินเชื่อได้ เพราะไม่รู้ว่าประวัติการมีสินเชื่อของคุณเนี่ยเป็นอย่างไร อย่างที่สองคือ ชำระเงินล่าช้า จ่ายล่าช้า จะติดเครดิตบูโรครับ ก็จะมีอะไรบ้าง เช่น ไม่ชำระเลย ค้างชำระเกิน 30 วัน ผิดนัดชำระหนี้ หรือ ไม่จ่ายเลย 3 เดือนต่อเนื่อง หรือจ่ายน้อยกว่าที่สถาบันการเงินเรียกเก็บ 3 เดือนต่อเนื่อง ถ้าทำแบบเนี่ยถือว่าคนนั้นติดเครดิตบูโรแล้ว แต่แบลกลิสจะต่างกัน แบลกลิส คือ การที่ธนาคารเนี๋ยจะขึ้นบัญชีว่าลูกค้าคนเนี๋ยจะไม่สามารถให้เงินกู้ได้ แต่ธนาคารใคร ธนาคารมัน เช่นคนนี้ติดแบลกลิสธนาคารนี้ แต่อีกธนาคารหนึ่งงอาจจะให้ก็ได้ แต่ข้อมูลเครดิตบูโรเนี่ยเขาจะแชร์กันทุกสถาบันการเงิน บางครั้งการค้ำประกันก็จะมีผลครับ หากเราและคนนั้นค้างชำระและก็มีหนี้อยู่ ผู้ค้ำต้องเป็นผู้ชำระให้แทนใช่ไหมครับ ถ้าเราไม่ชำระเราก็จะพลอยติดแบลกลิสไปด้วย เราจะไปทำบัตรเครดิต กู้เงินยังไง ต้องเช็คเครดิตเราเสมอนะครับ บางคนก็บอกว่าเจ้าเครดิตบูโรเนี่ยจะเหมือนกับสมุดพกที่เรามีตอนอยู่ปฐมจะรายงานพฤติกรรมของเรา เขาก็จะส่งให้ที่บ้านเราดู ว่าที่โรงเรียนเรามีพฤติกรรมยังไง อันนี้ก็เป็นบริษัทเครดิตบูโรส่งให้ธนาคารดูครับว่า 3 ปีที่ผ่านมาพฤติกรรมของเราเป็นอย่างไร การชำระหนี้ของเราเป็นอย่างไร ส่วนแบลกลิสเป็นกรณีที่ธนาคารที่เราเคยไปเบี้ยวหนี้ไว้ ก็โดนคาดโทษครับไม่ปล่อยกู้ให้เราเลย เมื่อจ่ายครบกำหนดหมดแล้ว แต่เมื่อจ่ายครบหมดแล้วอาจจะขอจากธนาคารอื่นได้ หมายถึงติดแบลกลิสเนี่ยจะติดบูโรด้วย จะส่งผลต่อการขอสินเชื่อในอนาคตทุกธนาคารในประเทศครับ เครดิตบูโรมันจะร้ายแรงกว่าครับเพราะว่าเขาจะขอข้อมูลย้อนหลัง 3 ปีและข้อมูลพวกเนี่ยเขาจะเอามา แต่ถ้าเรามีข้อมูล 3 ปีที่เป็นปกติแล้วเราก็จะชำระต่อไปและก็ไม่ติดบูโรแล้ว